:: บทความที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ::
1. ความหมายของการวางรูปคดี
คือ รวบรวมข้อมูลทั้งพยานเอกสารและพยานบุคคลทั้งขอเท็จจริง มาปรับกับข้อกฎหมาย เกี่ยวข้องกับกฎหมายอะไร พยานหลักฐานไหนเป็นสำคัญและจำเป็น
|
ทนายความทำอะไรบ้าง ? :
|
การเตรียมการก่อนฟ้อง และ การแก้ฟ้อง
ทีมทนายความของเราจะร่วมกันเตรียมข้อมูล ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับการวางรูปคดี เมื่อมีคดีเกิดขึ้นจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
- รวบรวมข้อมูลเพื่อหาข้อเท็จจริงที่เป็นสาเหตุของกรณีพิพาทพร้อมด้วยข้อ กฎหมาย ประกอบ ภายใต้การหารือของหน่วย ของหน่วยจะต้องนำข้อเท็จจริงมาปรับเข้ากับข้อกฎหมายโดยสมมติว่า ถ้าตนเองเป็นพนักงานอัยการแล้วจะต้องการอะไรบ้างเพื่อวางรูปคดี โดยตั้งประเด็นว่าข้อพิพาทอยู่ตรงไหน เกี่ยวข้องกับกฎหมายอะไรบ้าง เกี่ยวพันกับคดีอื่นหรือไม่ และพยานหลักฐานไหนเป็นสิ่งสำคัญ ที่จำเป็นต่อประเด็นข้อพิพาทนั้นอย่างใด มีข้อจำกัดอย่างไร มีผู้ที่ต้องร่วมในความรับผิดชอบกี่คน ตลอดจนภูมิลำเนาของคู่กรณีเพื่อความสะดวกในการติดต่อซึ่งบางครั้งอาจจะต้อง มีการบอกกล่าวก่อนฟ้องคดี ควรมีการบันทึกเรื่องวัน เดือน ปี สถานที่เกิดเหตุไว้ให้ชัดเจน เพื่อพนักงานอัยการจะได้ระบุไว้ในคำฟ้อง เกี่ยวกับอายุความคดีที่เกี่ยวกับที่ดิน มีเอกสารสิทธิ์อะไรบ้าง ถ้า เป็นที่ ราชพัสดุ มีกฎหมายใดที่เป็นหลักฐาน เช่น พระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่ดินฯ หรือ เอกสารสิทธิ์สำคัญอื่น เช่น โฉนดที่ดิน น.ส.๓ หรือ น.ส.๓ ก หรือเอกสารแสดงการครอบครอง (สค ๑) หรือ หลักฐานเกี่ยวกับการติดต่อสำนักงานที่ดิน หรือเกี่ยวกับที่ดินของฝ่ายเราหรือฝ่ายตรงข้ามด้วย รวมทั้งภาพถ่ายที่เป็นประโยชน์
- การมอบอำนาจให้ดำเนินคดี ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ถูกฟ้องดำเนินคดีเพราะเหตุที่ได้ปฏิบัติราชการไปตาม หน้าที่ โดยปกติทนายฝ่ายโจทก์ก็จะฟ้องกองทัพเรือในฐานะนิติบุคคลรวมไปด้วย หรือถ้ากองทัพเรือเป็นโจทก์ฟ้องคดี ก็จะต้องส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเป็นทนายว่าต่างแก้ต่างให้ ดังนั้น หน่วยเจ้าของคดีก็จะเสนอเรื่องผ่านกองพระธรรมนูญ เพื่อพิจารณาเสนอแนะกองโต้แย้งกับทางราชการอย่างไร
กำหนดแนวทางในการดำเนินการรวมทั้งรวบรวมเอกสาร หลักฐานต่างๆ ค่าเสียหานที่เกิดขึ้น เพื่อให้พนักงานอัยการใช้ในการฟ้องคดี หรือแก้ฟ้องคดีแล้วแต่กรณี ตลอดจนการเตรียมการนำพยานบุคคลเข้าสืบพยานในศาลตามคำแนะนำของพนักงานอัยการ |
| |
ข้อมูลที่ท่านต้องมีให้เรา
|
1).รายละเอียดข้อมูลแห่งคดีเบื้องต้น
2).ชื่อคู่ความ บุคคล หน่วยงาน / บริษัท ที่พิพาท
3).ที่อยู่
4).พยานเอกสาร เช่น พยานบุคคล , คำฟ้อง , หมายเรียก
|
เอกสารที่ท่านต้องเตรียมก่อนมาพบกับเรา
|
1).คำฟ้อง
2).สัญญาต่างๆ เช่น สัญญากู้ยืม , สัญญาจ้างทำของ , ใบวางบิล เป็นต้น
3).หมายเรียก
4).สำเนาทะเบียนบ้าน ,สำเนาบัตรประชาชน |
2. การขายทอดตลาด
การขายทอดตลาด หมายถึง การ ขายทรัพย์สินโดยเปิดเผยแก่บุคคลทั่วไป ด้วยวิธีเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสู้ราคากัน ผู้ใดให้ราคาสูงสุด ผู้นั้นเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินนั้นได้
|
การติดต่อเจรจาหนี้เพื่อซื้อทรัพย์สินขายทอดตลาดคืน
|
เหตุที่จะขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาด
- ไม่ มีหมายส่งนัดแจ้งวันนัดที่จะทำการขายทอดตลาดให้เจ้าหนี้ และลูกหนี้ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบังคับคดีทราบโดยชอบด้วยกฎหมายก่อน
- เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดโดยไม่สุจริต
- เจ้า พนักงานบังคับคดีขาดทอดตลาดทรัพย์ของลูกหนี้ ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ลักษณะที่ ๒ ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษา
- เจ้าพนักงาน บังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ในราคาต่ำกว่าปกติมากอันเกิดความเสียหายแก่เจ้า หนี้ และลูกหนี้ อันเป็นการไม่ปฎิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๑๓
ถ้ามิใช่ เหตุดังกล่าวแล้ว หรือการที่มีการขายทอดตลาดในราคาต่ำนั้นเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่น ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้มีส่วนรู้เห็นด้วยแล้ว ย่อมมิใช่เหตุที่จะยื่นคำร้อง ให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดได้ โดยการมีอำนาจยกคำร้องโดยมิต้องไต่สวนก่อน
บุคคลผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดได้
- เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
- ลูกหนี้ตามคำพิพากษา
- ลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ถูกอายัดทรัพย์สิน
- บุคคลที่ชอบที่จะใช้สิทธิของตนอันได้จดทะเบียนไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย
- บุคคลผู้เข้าร่วมประมูลซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด
|
|
3. ครอบครองปรปักษ์
หมายถึง การเสียสิทธิในทรัพย์สินของตนโดยการถูกผู้อื่นแย่งการครอบครอง หรือ ในทางหลักทฤษฎี
กฎหมาย เรียกว่า "อายุความได้สิทธิ"
|
|
การครอบครองปรปักษ์
์ เป็นการที่บุคคลอื่นจะได้สิทธิหรือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของเราโดยการครอบครอง
ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ว่า "บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนา เป็นเจ้าของ ถ้าอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็น
เวลา ๑๐ ปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ติดต่อกันเป็นเวลา ๕ ปี ไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรรมสิทธิ์"
หลักเกณฑ์แห่งการครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์ ประกอบด้วยหลักเกณฑ์ ๖ ประการ ดังนี้
๑. ครอบครอง หมายถึง กริยายึดถือทรัพย์สิน เช่น เข้าทำประโยชน์ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ในเรือกสวนไร่นา ถือว่าได้ครอบครองเรือกสวนไร่นานั้นแล้ว เป็นต้น
๒. ทรัพย์สินของผู้อื่น หมายถึง ทรัพย์สินที่เจ้าของมีกรรมสิทธิ์อยู่ในกรณีที่ดินจะต้องเป็นที่ดินที่มีโฉนด หรือ ตราจองเท่านั้น
๓. โดยสงบ คือ การครอบครองโดยปราศจากการข่มขู่ การใช้กำลัง การหลอกลวง และไม่มีใครมาหวงห้ามกีดกัน แสดงความเป็นเจ้าของ หรือฟ้องร้องขับไล่
๔. โดยเปิดเผย คือ การครอบครองโดยมิได้หลบซ่อนเร้น ปิดปัง หรืออำพรางใด ๆ
๕. ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ คือ การครอบครองโดยเจตนาตั้งใจที่จะเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น ไม่ใช่การครอบครองแทนผู้อื่น เช่น คนสวนเฝ้าสวนแทนเจ้าของสวน หรือครอบครอง ตามสัญญาที่ให้อำนาจไว้ เช่น การครอบครอง ที่นาทำนาตามสัญญาเช่านา เป็นต้น
๖. ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ติดต่อกันสิบปี หรือสังหาริมทรัพย์ห้าปี ความหมายของ "อสังหาริมทรัพย์" โดยทั่ว ๆ ไปหมายถึง ที่ดินรวมทั้งทรัพย์ที่ติดกับที่ดิน เช่น ตึกรามบ้านช่อง อาคารถาวรวัตถุ เป็นต้น "สังหาริมทรัพย์" ก็คือทรัพย์ที่ขนเคลื่อนที่ได้นั่นเอง การครอบครองปรปักษ์ จะได้กรรมสิทธิ์ต้องปรากฏว่า ครอบครองติดต่อกันตลอดมา เป็นเวลานานตามกฎหมายกำหนดไว้ด้วย
หลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นต้องเป็นทรัพย์สินที่เจ้าของมีกรรมสิทธิ์อยู่และ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ ได้ครอบครองติดต่อกันนานถึง ๑๐ ปี กรณีที่ดินที่มีหลักฐานต่อไปนี้ถือว่ามีสิทธิครอบครองเท่านั้นไม่ถือว่ามี กรรมสิทธิ์ ซึ่งรู้จักหรือ เรียกกันว่า "ที่ดินมือเปล่า" คือ
๑. น.ส.๓ เรียกย่อจากคำว่า หนังสือรับรองการทำประโยชน์ เป็นแบบเก่า
๒. น.ส.๓ ก. หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ออกโดยใช้การถ่ายรูปทางอากาศ
๓. น.ส.๒ ใบจอง เป็นหนังสือที่รัฐอนุญาตให้ครอบครองที่ดินชั่วคราว
๔. น.ส.๕ ใบไต่สวน เป็นหนังสือที่ทำขึ้นเพื่อการจะออกโฉนดที่ดิน
๕. ใบนำ เป็นหนังสือที่ออกให้แก่ครอบครองที่ดิน นำเจ้าพนักงานรังวัดที่ดิน
๖. ส.ค.๑ เป็นหนังสือแจ้งการครอบครอง
๗. ที่ดินที่มีสิทธิครอบครองแล้ว แม้ไม่มีหนังสือสำคัญใด ๆ แสดงสิทธิเลย
ที่ดินมือเปล่าข้างต้นทั้ง ๗ ข้อ การถูกแย่งการครองครองไม่ใช้อายุความ ๑๐ ปี ตาม มาตรา ๑๓๘๒ แต่จะอยู่ในบังคับของบทบัญญัติ
มาตรา ๑๓๗๖ "ถ้าผู้ครอบครองถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายไซร้ ท่านว่าผู้ครอบครองมีสิทธิจะได้คืนซึ่งการครอบครองเว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งมี สิทธิเหนือทรัพย์สินดีกว่า ซึ่งจะเป็นเหตุให้เรียกคืนจากก็ผู้ครอบครองได้
การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้น ท่านว่าต้องฟ้องภายใน ปีหนึ่ง นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง"
ดังนั้น บรรดาเจ้าของที่ดินมือเปล่าจะต้องขยันมากกว่าเจ้าของที่ดินมีกรรมสิทธิ์ คือ ต้องเอาใจใส่หมั่นไปดูแลที่ดินของตนอย่างน้อยปีละครั้ง เพราะหากมีผู้อื่นมาแย่งการครอบครองบุกรุกเข้ามาจะได้ทักท้วงหวงห้ามปกป้อง
สิทธิของตนไว้ก่อน เพราะที่ดินมือเปล่าเพียงผู้อื่นเข้ามาครอบครองที่ดินของเราเพียงแค่ ๑ ปี ก็ได้สิทธิครอบครองแล้วหากเกิน ๑ ปี แล้วจะไปฟ้องศาล ศาลก็จะยกฟ้อง ทั้งนี้เนื่องจากการฟ้องเพื่อเอาคืนต้องฟ้องภายใน ๑ ปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง ที่สำคัญ คือ ไม่ใช่นับแต่เวลาที่เจ้าของที่ดินรู้ |
|
|
|
|